วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2565

การติดตั้ง PVC Waterstop

 ในกรณีที่เกิดรอยต่อก่อสร้าง (Construction Joint) เนื่องจากมีเหตุที่ต้องหยุดการเทคอนกรีต สำหรับ โครงสร้างที่กักเก็บน้ำ ต้องใช้แผ่นพีวีซีกันซึมระหว่างรอยต่อคอนกรีต (PVC Waterstop) ผลิตจากสารสังเคราะห์ชนิด Polyvinyl Chloride (PVC)  มีหลายมาตรฐาน  เช่น  มอก.1239 , มาตรฐาน BS 2571 ,  มาตรฐาน ASTM D-412, D-624, D-747, D-2240, D-792  และ CRD C-572

การติดตั้ง จะมี 3 รูปแบบ



   1. สำหรับติดตั้งรอยต่อในผนังคอนกรีต ให้ใช้ PVC Waterstop แบบ Dumbell ชนิดมีรูตรงกลาง โดยให้ฝังครึ่งหนึ่งของแผ่น PVC Waterstop ไว้ที่กึ่งกลางของผนังก่อนเทคอนกรีตครั้งแรกตลอดแนวรอยต่อที่กำหนดไว้ และผูกยึดให้แข็งแรงหากจำเป็นต้องต่อให้ใช้เครื่องเป่าลมร้อนในการเป่าเชื่อมประสาน จากนั้นจึงเทคอนกรีตครั้งที่ 2 คอนกรีตจะหุ้มส่วนที่เหลือทั้งหมด

2  2.สำหรับติดตั้งรอยต่อในผนังคอนกรีต PVC Waterstop  แบบแถบมีครีบตลอดความยาวและมีรูตรงกลาง (PVC Waterbar)  สามารถใช้กับรอยต่อที่มีการยืดหดตัวของโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก (Expansion Joint)ได้


     3.สำหรับติดตั้งรอยต่อในพื้นคอนกรีต  PVC Waterstop ชนิดใช้กับพื้นเป็นแบบ Rearguard โดยวิธีการติดตั้งให้วางครึ่งหนึ่งของ แผ่นไว้ที่ขอบพื้นที่จะเทคอนกรีตครั้งแรก เหลืออีกครึ่งหนึ่งสำหรับไว้เทประกบปิดในครั้งต่อไป

การทดสอบการรับน้ำหนักบรรทุกของเสาเข็มด้วยวิธี STATIC LOAD TEST มยธ.106-2533

       การทดสอบการรับน้ำหนักบรรทุกของเสาเข็มเพื่อใช้ตรวจสอบว่าเสาเข็มสามารถรับกำลังได้ตามที่ออกแบบไว้หรือไม่  เนื่องจากการรับน้ำหนักของเสาเข็มนั้นจะขึ้นอยู่กับสภาพชั้นดินที่จะก่อสร้างด้วย โดยปกติในสัญญาก่อสร้างจะระบุให้ผู้รับจ้างต้องทำการทดสอบแบบใดแบบหนึ่ง ในที่นี้จะขออธิบายการทดสอบการรับน้ำหนักบรรทุกของเสาเข็มด้วยวิธี STATIC LOAD TEST ตามมาตรฐานของ มยธ.106-2533

เตรียมเสาเข็มทดสอบ

  •             จำนวนเสาเข็มสมอต้องมีมากพอเมื่อมีแรงดึงไม่ถอนระหว่างทดสอบ
  •             จำนวนเหล็ก Dowel ในเสาเข็มสมอต้องมีความยาวเพียงพอ
  •             เสาเข็มทดสอบต้องห่างจากเสาเข็มสมอไม่น้อยกว่า 5 เท่าของเสาเข็มสมอ แต่ไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร
  •             หัวเสาเข็มทดสอบต้องต้องเรียบเสมอ

-            กรณีไม่ใช้เสาเข็มสมอ แต่ใช้น้ำหนักบรรทุกแทน ให้น้ำหนักที่บรรทุกมากกว่าน้ำหนักทดสอบไม่น้อยกว่า 10% และมีจุดรองรับน้ำหนักห่างจากเสาเข็มทดสอบไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร

ข้อกำหนดเสาเข็มที่จะทดสอบ

  •            ขนาดและความยาวของเสาเข็มต้องเหมือนกับเสาเข็มที่ใช้ตอกจริง
  •             เครื่องมือที่ใช้ตอกต้องเหมือนกับที่ใช้จริง
  •             ถ้าเสาเข็มทดสอบอยู่นอกผังให้ตอกใกล้ตำแหน่งหลุมเจาะมากที่สุดเนื่องจากทราบคุณสมบัติดินแล้ว หรือตอกตรงตำแหน่งที่คาดว่าชั้นดินบริเวณนั้นเลวที่สุด
  •             ถ้าเสาเข็มทดสอบอยู่ในผังให้ตอกตรงตำแหน่งที่คาดว่าชั้นดินบริเวณนั้นเลวที่สุด  เสาเข็มต้นที่หนีศูนย์มากสุด  เสาเข็มต้นที่มีค่า Blow Count ต่ำหรือน่าสงสัย
  •             เสาเข็มทดสอบที่ตอกในชั้นดินเหนียวให้รอ 7 วัน ส่วนตอกในชั้นดินทรายให้รออย่างน้อย 3 วัน ก่อนทดสอบ
  •             ให้บันทึกค่าการตอกเสาเข็มทดสอบทั้งค่าการทรุดตัวและคืนตัวสำหรับการตอก 10 ครั้งสุดท้ายและเสาเข็มสมอ(ถ้ามี) ทุกต้น

การทดสอบแบบมาตรฐาน

ขั้นตอนการทดสอบให้ดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้ 

0%---25%---50%---75%---100%---125%---150%---175%---200%(**)—150%---100%---50%---0%(***)

1.         น้ำหนักทดสอบสูงสุดเป็น 2 เท่าของน้ำหนักที่ออกแบบเสาเข็มแต่ละต้น

2.         เพิ่มน้ำหนักทดสอบเป็นขั้นตอนดังนี้ ร้อยละ 0,25,50,75,100,125,150,175 และ 200 ของน้ำหนักที่ออกแบบ

3.         ในแต่ละขั้นตอนให้รักษาน้ำหนักไว้จนครบ 1 ชั่วโมง อ่านและบันทึกค่าการทรุดตัวที่ 1,5,10,15,20,30,40 และ 60 นาที

4.         ตรวจสอบอัตราการทรุดตัวของเสาเข็มต้องไม่เกิน 0.25 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง จึงจะเพิ่มน้ำหนักขั้นต่อไป

5.         ในกรณีรักษาน้ำหนักไว้ครบ 1 ชั่วโมงแล้ว อัตราการทรุดตัวของเสาเข็มยังสูงกว่า 0.25 มิลลิเมตรต่อชั่วโมงให้รักษาน้ำหนักไว้อีก 1 ชั่วโมง อ่านและบันทึกค่าการทรุดตัวของเสาเข็มทุกๆ 20 นาที

6.         เมื่อครบชั่วโมงที่ 2 แล้ว อัตราการทรุดตัวของเสาเข็มไม่เกิน 0.25 มิลลิเมตรต่อชั่วโมงก็ให้เพิ่มน้ำหนักในขั้นตอนต่อไปได้ หากอัตราการทรุดตัวของเสาเข็มยังสูงกว่า 0.25 มิลลิเมตรต่อชั่วโมงอีกให้ถือว่าการทดสอบนั้นล้มเหลวหรือถึงจุดวิบัติแล้ว

7.         เมื่อเพิ่มน้ำหนักถึง 2 เท่าของน้ำหนักที่ออกแบบแล้วเสาเข็มทดสอบยังไม่ถึงจุดวิบัติให้คงน้ำหนักไว้ 24 ชั่วโมง อ่านและบันทึกค่าการทรุดตัวตามช่วงเวลาที่กำหนด หากอัตราการทรุดตัวสูงกว่า 0.25 มิลลิเมตรต่อชั่วโมงให้คงน้ำหนักไว้อีก 24 ชั่วโมง หากมากว่าอีกถือว่าล้มเหลว

8.         เมื่อเพิ่มน้ำหนักถึง 2 เท่าของน้ำหนักที่ออกแบบแล้วเสาเข็มทดสอบยังไม่ถึงจุดวิบัติให้ลดน้ำหนักทุกๆชั่วโมงให้เหลือเป็นขั้นตอนดังนี้ ร้อยละ 150,100,50 และ 0 บันทึกการคืนตัวทุกๆ 10 นาที และเมื่อลดน้ำหนักหมดแล้วให้อ่านต่อไปทุกๆชั่วโมง จนครบ 24 ชั่วโมงหรือการคืนตัวคงที่

การทดสอบถึงจุดวิบัติ

เมื่อทดสอบตามมาตรฐานแล้วเสร็จ ให้เพิ่มน้ำหนักเป็นขั้นตอนดังนี้

0%---50%---60%---70%---80%---90%---100%---110%---120%---130%---140%---150%---160%---170%---180%---190%---200%---210%---220%---230%---240%---250%---260%---270%---280%---290%---300% (*)-250%---200%---150%---100%---50%---0%(***)

1.  เพิ่มน้ำหนักร้อยละ 50  ของน้ำหนักที่ออกแบบและรักษาน้ำหนักไว้ 20 นาที

      2. เพิ่มน้ำหนักอีกร้อยละ 10 ของน้ำหนักที่ออกแบบทุกๆ 20 นาที จนกว่าจะเกิดการวิบัติของเสาเข็มทดสอบหรือถึง             300% ของน้ำหนักบรรทุกออกแบบแล้วแต่กรณีใดจะเกิดก่อน  อ่านค่าการทรุดตัวที่ 1,5,10,15 และ 20 นาที

งานถนนคอนกรีต: ความสำคัญของการตัด Joint และระยะเวลาที่เหมาะสม

  งานถนนคอนกรีต: ความสำคัญของการตัด Joint และระยะเวลาที่เหมาะสม           ถนนคอนกรีตเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการคมนาคมและการขนส่ง ก...